Seqrite Security Hub

COMPARISON · 2026

Seqrite vs Kaspersky: เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดสำหรับองค์กรไทยปี 2026

หลังคำสั่งห้ามใช้ Kaspersky ในหน่วยงานรัฐสหรัฐ แบรนด์รัสเซียยังคุ้มกับองค์กรไทยอยู่ไหม และ Seqrite จากอินเดียพร้อมเสียบแทนได้จริงหรือไม่

โดย บรรณาธิการ11 นาทีอ่าน
แชร์
หน้าจอ dashboard เปรียบเทียบกราฟแสดงประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัย
ภาพประกอบ: Luke Chesser / Unsplash

หลังจาก Department of Commerce สหรัฐประกาศห้ามขาย Kaspersky ในประเทศของตนเมื่อมิถุนายน 2024 คำถามที่กองบรรณาธิการได้รับมากที่สุดจากผู้บริหารไอที ไทยคือ “เรายังควรใช้ Kaspersky ต่อไปไหม และถ้าเปลี่ยน เปลี่ยนเป็นอะไรดี?” Seqrite จากอินเดียมักถูกเสนอเป็นทางเลือกแรก แต่หลายคนยังลังเล — ราคาที่ถูกกว่ามากแปลว่าคุณภาพต่ำกว่าหรือไม่ ผลทดสอบจริงเป็นอย่างไร และในระยะยาวการย้ายไปแบรนด์อินเดียคือการตัดสินใจที่ฉลาดหรือเป็นการประนีประนอม

บทความนี้เปรียบเทียบ Seqrite Endpoint Security Total กับ Kaspersky Endpoint Security for Business Advanced แบบหมัดต่อหมัดในเก้ามิติ — ภาพรวมแบรนด์ ฟีเจอร์ ราคาในไทย ผลทดสอบจาก AV-TEST และ AV-Comparatives การสนับสนุนในประเทศ การจัดการ console ความซับซ้อนในการ deploy และคำตัดสินสุดท้ายว่าใครควรเลือกตัวไหน

ภาพรวม Seqrite

Seqrite เป็นแบรนด์ enterprise ของ Quick Heal Technologies Ltd. บริษัทอินเดีย ที่ก่อตั้งในปี 1995 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Bombay ตั้งแต่ปี 2016 ในตลาดไทย Seqrite เริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มโรงพยาบาล ธุรกิจค้าปลีก SMB และสถาบันการศึกษาในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ด้วยจุดขายหลักคือ ราคาต่อ endpoint ที่ถูกกว่าค่ายตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ยังคงคุณภาพ ระดับ tier 1 ในการตรวจจับมัลแวร์

จุดแข็งของ Seqrite ในบริบทไทยคือ Quick Heal Security Labs ที่ Pune อยู่ในเขตเวลา UTC+5:30 ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาทำงานของไทย และมี telemetry ครอบคลุมเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ signature update สำหรับภัยคุกคามที่ระบาดในภูมิภาคออกได้เร็ว ตัวแทนจำหน่าย Platinum ในไทยทั้งสามรายมีทีม technical support พูดภาษาไทยและคู่มือผู้ใช้แปลไทย อย่างเป็นทางการ

ภาพรวม Kaspersky

Kaspersky Lab ก่อตั้งโดย Eugene Kaspersky ในมอสโกเมื่อปี 1997 และเติบโต เป็นหนึ่งในผู้ผลิต cybersecurity ที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีฐานลูกค้าใน 200 ประเทศและภูมิภาค บริษัทมี Global Research and Analysis Team (GReAT) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นทีม threat intelligence ที่เก่งที่สุดทีมหนึ่งของโลก เป็นผู้ค้นพบและตั้งชื่อมัลแวร์รายใหญ่หลายตัว รวมถึง Stuxnet, Equation Group และ Carbanak

ในปี 2024 Department of Commerce สหรัฐออกคำสั่งห้ามการขายและต่ออายุ license ของผลิตภัณฑ์ Kaspersky ในสหรัฐ โดยอ้างความเสี่ยงด้าน supply chain คำสั่งนี้มีผลเฉพาะภายในสหรัฐเท่านั้น ไม่ได้กระทบถึงประเทศไทยหรือประเทศอื่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Kaspersky ในไทยยังให้บริการเต็มรูปแบบ และทีม support ในกรุงเทพฯยังเปิดทำการตามปกติ ผู้บริหารไทยที่ใช้ Kaspersky อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบโดยเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม สำหรับองค์กรที่กำลังจัดซื้อใหม่หรืออยู่ในช่วง renewal ความเสี่ยงด้าน reputational จากการเป็นข่าวว่าใช้แบรนด์ที่ถูกห้ามในสหรัฐ อาจเป็นปัจจัยที่บอร์ดกรรมการต้องชั่งน้ำหนัก องค์กรไทยที่มีการดำเนินธุรกิจใน ตลาดอเมริกาเหนือควรคำนึงถึงประเด็นนี้เป็นพิเศษ

เปรียบเทียบ Feature

ฟีเจอร์Seqrite EPS TotalKaspersky EBA
Anti-malware engineQuick Heal multi-engineKaspersky Security Network
Behavioral detectionมี (พื้นฐาน)มี (System Watcher — ขั้นสูง)
Anti-ransomware rollbackมีมี
Web filtering / URL categoryมี (60+ categories)มี (100+ categories)
Device control (USB)มีมี
Application controlมี (whitelist/blacklist)มี (Default Deny mode ด้วย)
Vulnerability scanningมีมี + Patch management ในตัว
EDR / threat huntingSeqrite XDR (แยก license)KEDR Optimum / Expert (แยก)
EncryptionAdd-on แยกFDE/FLE ในตัว
MDM / BYODSeqrite Workspace (แยก)Kaspersky Security for Mobile
Cloud consoleSeqrite EPS CloudKaspersky Security Center Cloud
SIEM integrationSplunk, QRadar (custom)20+ SIEM พร้อม connector

ในระดับฟีเจอร์ Kaspersky มีความลึกที่มากกว่าในเกือบทุกหมวด — โดยเฉพาะ behavioral engine ที่ใช้ System Watcher ซึ่งเป็นหนึ่งใน technology ที่ทำให้ Kaspersky ได้รางวัล AV-TEST Best Protection ต่อเนื่อง และระบบ Default Deny ใน Application Control ที่อนุญาตเฉพาะ binary ที่อยู่ใน whitelist เท่านั้น เหมาะกับองค์กรที่มี policy ความปลอดภัยเข้มงวด ส่วน Seqrite ครอบคลุมฟีเจอร์พื้นฐานทุกตัวแต่ยังขาด ความลึกเชิงเทคนิคในบางจุด

เปรียบเทียบราคาในไทย

จำนวน endpointSeqrite EPS Total (บาท/ปี)Kaspersky EBA (บาท/ปี)ส่วนต่าง
50~520/เครื่อง~820/เครื่อง−37%
200~450/เครื่อง~720/เครื่อง−38%
500~410/เครื่อง~660/เครื่อง−38%
1,000~380/เครื่อง~620/เครื่อง−39%
5,000~350/เครื่อง~580/เครื่อง−40%

ราคาข้างต้นเป็นราคาเฉลี่ยจากการสำรวจตัวแทนจำหน่าย 4 รายในกรุงเทพฯ ในไตรมาส 1 ปี 2026 และยังไม่รวม VAT 7% ในทางปฏิบัติ ส่วนต่าง 35–40% เมื่อคูณกับ endpoint หลักพันเครื่องต่อปีหลายปี กลายเป็นเงินที่ ผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อเอาไปลงทุนกับ EDR หรือ MDR ได้เพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เขียนเคยเห็นองค์กรหนึ่งใช้ส่วนต่างนี้ไปจ้าง security analyst เพิ่มหนึ่งคนเต็มเวลา ซึ่งให้ผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยที่ดีกว่าเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเพียงอย่างเดียว

สำหรับการตรวจสอบราคาที่ตัวแทนในไทยให้บริการล่าสุด สามารถดูราคา Seqrite จาก partner ในไทย — ลิงก์นี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกองบรรณาธิการของเราและเราไม่ได้รับค่าตอบแทน จากการคลิก

ผลทดสอบจาก AV-TEST และ AV-Comparatives

ในรอบ 12 เดือนล่าสุดของ AV-TEST (รอบ ม.ค. 2025 ถึง ธ.ค. 2025) Kaspersky Endpoint Security ได้คะแนนเต็ม 18.0/18.0 (Protection 6, Performance 6, Usability 6) ในเก้ารอบจากสิบสองรอบ และได้รางวัล “Best Protection 2024” เป็นปีที่แปดติดต่อกัน Seqrite Endpoint Security ได้คะแนนเต็ม ในแปดรอบจากสิบสองรอบ และมีสถานะ “TOP PRODUCT” สม่ำเสมอ แต่ยังไม่ได้รางวัล Best Protection ระดับสูงสุด

จาก AV-Comparatives Real-World Protection Test รอบเดือนกรกฎาคม–ตุลาคม 2025 Kaspersky บล็อกภัยคุกคามได้ 99.7% (จากตัวอย่าง 408 ตัว) ส่วน Seqrite อยู่ที่ 99.3% — ต่างกันเพียง 0.4 percentage point หรือคิดเป็น สองตัวอย่างที่หลุดต่างกัน ในเชิงสถิติถือว่าใกล้เคียงกันมาก แต่ใน Performance Test (ผลกระทบต่อความเร็วเครื่อง) Seqrite ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย โดย impact score ต่ำกว่า Kaspersky ราว 8%

การสนับสนุนในประเทศไทย

Kaspersky มีสำนักงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2008 ทีม support พูดภาษาไทย เปิดทำการ 24/7 และมีทีม pre-sale engineer ที่ได้รับการรับรองจากบริษัทแม่ สามารถให้การสนับสนุนเชิงเทคนิคในระดับ tier 3 ได้ในประเทศ ตัวแทนจำหน่ายระดับ Premier ในไทยมีเกือบสิบราย กระจายตัวทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัดสำคัญ

Seqrite ในไทยยังไม่มีสำนักงานบริษัทแม่โดยตรง การสนับสนุนทำผ่านตัวแทนจำหน่าย Platinum สามรายที่ได้รับการรับรองจาก Quick Heal โดยสองรายอยู่ในกรุงเทพฯ และอีกหนึ่งรายมีสาขาในเชียงใหม่ ทีม support ระดับ tier 1–2 พูดภาษาไทย และมี SLA response เริ่มต้นที่ 4 ชั่วโมงสำหรับ severity สูง สำหรับ ปัญหาระดับ tier 3 ที่ต้องส่งต่อไปยัง Pune อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้น 1–2 วัน เนื่องจากความต่างของเขตเวลาและภาษา

ในแง่นี้ Kaspersky ยังคงมีความได้เปรียบเรื่อง maturity ของระบบสนับสนุน องค์กรที่ต้องการ enterprise support agreement ระดับ premium อาจรู้สึกว่า Seqrite ยังไม่พร้อมเท่าค่ายตะวันตก แต่สำหรับองค์กรขนาดกลางที่ปัญหา ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ tier 1–2 ตัวแทน Seqrite สามารถดูแลได้เพียงพอ

ใครควรเลือกตัวไหน

ลักษณะองค์กรเลือกตัวไหนเหตุผลหลัก
SMB < 500 endpoint, ไม่มี SOCSeqriteราคาถูกกว่า ใช้งานง่ายกว่า
โรงพยาบาล/คลินิก 200–1,500 endpointSeqriteคุ้มค่า + encryption ราคาเข้าถึงได้
สถาบันการศึกษา (computer lab)Seqritelicense ต่อเครื่องถูก
ค้าปลีกมัลติสาขาSeqriteEPS + UTM ใน vendor เดียว
หน่วยงานรัฐระดับท้องถิ่นSeqriteไม่มีประเด็น geopolitical
ธนาคาร/บริษัทมหาชน 5,000+ endpointKasperskyEDR ลึกกว่า, threat intel ดีกว่า
องค์กรที่ต้องการ SIEM integration หลายตัวKasperskyconnector พร้อม support official
องค์กรที่ทำธุรกิจในตลาดอเมริกาเหนือSeqriteหลีกเลี่ยงประเด็น compliance ในสหรัฐ

เมตริกที่ผู้เขียนใช้ตัดสินคือ “total cost per protected endpoint per year” ซึ่งรวมราคา license, ค่าฝึกอบรมผู้ดูแลระบบ, ค่า incident response เฉลี่ยต่อปี และค่า opportunity cost จากเวลาที่ใช้ deploy เมื่อใช้ตัวเลขนี้ Seqrite ออกมาคุ้มกว่า ในเกือบทุกขนาดองค์กรต่ำกว่า 2,000 endpoint และ Kaspersky ออกมาคุ้มกว่าตั้งแต่ 5,000 endpoint ขึ้นไป

คำถามที่พบบ่อย

Seqrite ใช้แทน Kaspersky ในไทยได้เลยไหม

ในระดับฟีเจอร์พื้นฐาน Seqrite Endpoint Security Total ใช้แทน Kaspersky Endpoint Security for Business Advanced ได้โดยไม่สูญเสียความสามารถหลัก แต่ในระดับ behavioral detection และ threat intelligence Kaspersky ยังคงเหนือกว่าเล็กน้อย — สำหรับองค์กรที่ไม่ได้พึ่ง threat hunting ขั้นสูง การย้ายมา Seqrite จะไม่กระทบระดับการป้องกัน

Kaspersky ในไทยยังใช้งานได้ปกติหรือไม่หลังคำสั่งห้ามในสหรัฐ

ใช้งานได้ปกติ คำสั่งของ Department of Commerce สหรัฐ (มิถุนายน 2024) มีผลกับการขายและการต่อ license ของผู้ใช้ในสหรัฐเท่านั้น ไม่กระทบผู้ใช้ในประเทศไทย ตัวแทน Kaspersky ในไทยยังให้บริการได้ครบถ้วน

ราคาต่อ endpoint ของทั้งสองแบรนด์ในไทยต่างกันแค่ไหน

จากการสำรวจในไตรมาส 1 ปี 2026 Seqrite EPS Total อยู่ที่ประมาณ 350–520 บาทต่อ endpoint ต่อปี ส่วน Kaspersky EBA อยู่ที่ประมาณ 580–820 บาทต่อ endpoint ต่อปี (ขึ้นกับจำนวน license และตัวแทน) Seqrite จึงถูกกว่าประมาณ 35–40%

ผลทดสอบจาก AV-TEST ของทั้งสองแบรนด์ใครชนะ

ทั้งสองแบรนด์ได้คะแนน Protection 6.0/6.0 ใน AV-TEST รอบเดือนล่าสุด แต่ Kaspersky ได้รางวัล "Best Protection" จาก AV-TEST อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 ในขณะที่ Seqrite ได้สถานะ "TOP PRODUCT" สม่ำเสมอแต่ยังไม่ได้รางวัลระดับสูงสุด

องค์กรไทยควรเลือกตัวไหน

ขึ้นกับขนาดและความซับซ้อน — องค์กร 100–2,000 endpoint ที่ไม่มี SOC ภายใน Seqrite ให้ความคุ้มค่าที่ดีกว่า ส่วนองค์กร 5,000+ endpoint ที่มี SOC และต้องการ threat intelligence ระดับสูง Kaspersky ยังคงเป็นทางเลือกที่แข็งแรงกว่า