Seqrite SecurityThailandขอใบเสนอราคา

ข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

Seqrite Data Privacy

ค้นหา จัดหมวด และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กร

ขอใบเสนอราคา
คอนโซล Seqrite Data Privacy แสดงผลการค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลแยกตามตัวจำแนกและแหล่งข้อมูล
Data Privacy — ภาพจากผู้ผลิต Seqrite / Quick Heal

ภาพรวม

Data Privacy คืออะไร

องค์กรไทยส่วนใหญ่ผ่านช่วง PDPA มาด้วยการทำเอกสาร — เขียนนโยบายความเป็นส่วนตัว ตั้ง DPO แล้วขึ้นแบนเนอร์คุกกี้ ซึ่งเป็นงานที่จำเป็นแต่ยังไม่ตอบคำถามที่ผู้ตรวจสอบถามจริง นั่นคือ "ตอนนี้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอยู่ที่ไหนบ้างในระบบของคุณ" คำถามนี้ตอบด้วยเอกสารไม่ได้ ต้องตอบด้วยการไปค้นในระบบจริง

Seqrite Data Privacy คือเครื่องมือสำหรับงานฝั่งนั้น — สแกนหาว่าข้อมูลส่วนบุคคลกระจายอยู่ในฐานข้อมูล ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ และระบบใดบ้าง จัดหมวดหมู่ตามชนิดข้อมูล แล้ววางการคุ้มครองให้เหมาะกับความอ่อนไหว ทั้งการเข้ารหัส การปิดบัง และการทำ tokenization พร้อมกับงานฝั่งกระบวนการอย่างการจัดการความยินยอมและการรับคำขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล

ข้อควรทราบเรื่องกฎหมาย หน้าเว็บของผู้ผลิตยกตัวอย่างกฎหมายอย่าง DPDPA ของอินเดีย GDPR และ CCPA ไม่ได้ระบุ PDPA ของไทยไว้โดยตรง แต่ความสามารถหลักที่ผลิตภัณฑ์ทำ — ค้นหาข้อมูล จัดการความยินยอม ประเมินความเสี่ยง และรับคำขอใช้สิทธิ์ — เป็นชุดงานเดียวกับที่ PDPA กำหนด ทีมเราจึงเสนอให้ทำ workshop เทียบความสามารถกับข้อกำหนด PDPA ขององค์กรคุณก่อนตัดสินใจ แทนที่จะให้เชื่อว่า "ใช้ได้กับ PDPA" ไปเลย

สัญญาณ

องค์กรแบบไหนที่ควรพิจารณา

  • ตอบไม่ได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอยู่ในระบบใดบ้าง และมีสำเนาอยู่กี่ที่
  • มีนโยบายความเป็นส่วนตัวบนเว็บแล้ว แต่ยังไม่เคยไปสแกนหาข้อมูลจริงในระบบ
  • รับคำขอใช้สิทธิ์จากเจ้าของข้อมูลด้วยอีเมลและไฟล์ Excel ไม่มีระบบติดตามสถานะ
  • ต้องทำ RoPA หรือ DPIA แล้วยังทำด้วยมือทุกครั้ง
  • เคยมีเหตุข้อมูลรั่วแล้วใช้เวลานานกว่าจะสรุปได้ว่าข้อมูลอะไรหลุดไปบ้าง

ความสามารถ 01

ค้นหาและจัดหมวดข้อมูล

ทุกอย่างเริ่มจากการรู้ก่อนว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน ถ้าข้ามขั้นนี้ไป งานคุ้มครองที่ทำต่อจากนั้นจะครอบคลุมเฉพาะระบบที่นึกออกเท่านั้น

Data discovery ข้ามแหล่งข้อมูล
สแกนหาข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งข้อมูลจำนวนมาก พร้อมชุดตัวจำแนกสำเร็จรูปสำหรับข้อมูลประเภทที่พบบ่อย
Unified data profiling
รวมภาพว่าข้อมูลของบุคคลหนึ่งกระจายอยู่ในระบบใดขององค์กรบ้าง
จัดหมวดตามความอ่อนไหว
แยกประเภทข้อมูลเพื่อให้เลือกมาตรการคุ้มครองได้ตรงกับความเสี่ยงจริง

ความสามารถ 02

คุ้มครองข้อมูลที่พบ

เมื่อรู้แล้วว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน ขั้นถัดไปคือทำให้ข้อมูลนั้นใช้ต่อได้แต่รั่วแล้วไม่เสียหาย

Tokenization
แทนค่าข้อมูลจริงด้วยค่าแทน เพื่อให้ระบบปลายทางทำงานต่อได้โดยไม่ต้องถือข้อมูลจริง
การเข้ารหัส
เข้ารหัสข้อมูลอ่อนไหวตามนโยบายที่กำหนด
การปิดบัง (masking)
ซ่อนบางส่วนของข้อมูลสำหรับผู้ใช้ที่ไม่จำเป็นต้องเห็นค่าเต็ม
เชื่อมกับ DLP และ ITSM
มี integration สำเร็จรูปกับระบบ DLP และระบบบริหารงานบริการไอทีที่ใช้อยู่

ความสามารถ 03

ความยินยอมและสิทธิของเจ้าของข้อมูล

ฝั่งกระบวนการคือส่วนที่ผู้ตรวจสอบดูมากที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่เจ้าของข้อมูลสัมผัสได้โดยตรง

จัดการความยินยอมแบบรวมศูนย์
เก็บและติดตามความยินยอมและความชอบของเจ้าของข้อมูลไว้ที่เดียว รองรับหลายภาษา
Cookie consent
จัดการความยินยอมคุกกี้บนเว็บไซต์ พร้อมค้นหาคุกกี้ที่มีอยู่โดยอัตโนมัติ
คำขอใช้สิทธิ์เป็นเคส
รับและติดตามคำขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลผ่าน workflow ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

ความสามารถ 04

ประเมินความเสี่ยงและรับมือเหตุ

ชั้นสุดท้ายคืองานที่ต้องมีหลักฐานตอนถูกตรวจ และงานที่ต้องทำให้เร็วตอนเกิดเหตุจริง

DPIA และ RoPA อัตโนมัติ
ทำการประเมินผลกระทบและบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลจากข้อมูลที่ระบบมีอยู่แล้ว
Gap analysis
ชี้ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ทำอยู่กับสิ่งที่ข้อกำหนดต้องการ
บันทึกและแจ้งเหตุข้อมูลรั่ว
บันทึกเหตุการณ์และรองรับกระบวนการแจ้งเหตุตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

สรุป

ความสามารถหลักโดยย่อ

  • ค้นหาและจัดหมวดข้อมูลข้ามแหล่งข้อมูลจำนวนมาก พร้อมชุดตัวจำแนกสำเร็จรูป
  • Tokenization, การเข้ารหัส และการปิดบัง (masking) ข้อมูลอ่อนไหว
  • จัดการความยินยอมและความชอบของเจ้าของข้อมูลแบบรวมศูนย์ รองรับหลายภาษา
  • จัดการ cookie consent และค้นหา cookie บนเว็บไซต์อัตโนมัติ
  • ประเมินความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวอัตโนมัติ (DPIA, RoPA, gap analysis)
  • รับและติดตามคำขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลเป็นเคส
  • บันทึกเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลและกระบวนการแจ้งเหตุ

การเริ่มใช้งาน

เริ่มต้นอย่างไร

เริ่มจากขอบเขตแคบให้จบก่อน

โครงการที่พยายามสแกนทั้งองค์กรตั้งแต่รอบแรกมักไม่จบ แนวทางที่ได้ผลคือเลือกระบบที่มีข้อมูลลูกค้าเยอะที่สุด 2–3 ระบบก่อน ทำให้ครบวงจรตั้งแต่ค้นหาจนถึงคุ้มครอง แล้วค่อยขยาย

เตรียมทีมให้ครบสามฝ่าย

งานนี้ไม่ใช่งานไอทีอย่างเดียว ต้องมี DPO หรือฝ่ายกฎหมายมาช่วยตัดสินว่าข้อมูลใดคือข้อมูลส่วนบุคคลในบริบทองค์กร และเจ้าของระบบมาช่วยยืนยันว่าข้อมูลไหลอย่างไร

เทียบกับข้อกำหนด PDPA ก่อนเซ็น

เราแนะนำให้ทำ workshop เทียบความสามารถของผลิตภัณฑ์กับข้อกำหนด PDPA ที่องค์กรคุณต้องปฏิบัติจริงก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เห็นชัดว่าส่วนใดเครื่องมือช่วยได้ และส่วนใดยังเป็นงานกระบวนการที่คนต้องทำ

กลุ่มเป้าหมาย

เหมาะกับใคร

  • องค์กรที่ต้องปฏิบัติตาม PDPA ของไทย
  • ทีม DPO และทีม compliance ที่ต้องตอบผู้ตรวจสอบได้
  • องค์กรที่เก็บข้อมูลลูกค้าจำนวนมากและกระจายอยู่หลายระบบ

คำถาม

คำถามที่พบบ่อย

ใช้กับ PDPA ของไทยได้ไหม

ความสามารถหลักของผลิตภัณฑ์ — การค้นหาข้อมูลส่วนบุคคล การจัดการความยินยอม การประเมินความเสี่ยง และการรับคำขอใช้สิทธิ์ — เป็นงานเดียวกับที่ PDPA กำหนด หน้าเว็บของผู้ผลิตระบุถึงกฎหมายอย่าง DPDPA ของอินเดีย GDPR และ CCPA เป็นตัวอย่าง ทีมเรายินดีทำ workshop เทียบความสามารถกับข้อกำหนด PDPA เฉพาะองค์กรของคุณก่อนตัดสินใจ

เริ่มจากตรงไหนถ้ายังไม่รู้ว่าข้อมูลอยู่ที่ไหนเลย

เริ่มจากงาน data discovery ก่อน — ให้ระบบสแกนหาว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระบบใดบ้าง แล้วค่อยวางลำดับความสำคัญจากผลที่ได้ ทีมเราช่วยวางขอบเขตรอบแรกให้จบเร็วก่อนขยายทีหลัง

รายละเอียดความสามารถของผลิตภัณฑ์ในหน้านี้อ้างอิงจากหน้าผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิต seqrite.com (ตรวจสอบเมื่อ 1 กันยายน 2569) — เงื่อนไขที่ผูกพันจริงเป็นไปตามใบเสนอราคาและสัญญาของแต่ละองค์กร